รถกระบะรับจ้าง แก้ปัญหาฝ้าขึ้น ขณะขับขี่เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง

รถกระบะรับจ้าง แก้ปัญหาฝ้าขึ้น ขณะขับขี่เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง เราจะมาแนะนำในวันนี้ มีประโยชน์ต่อการเดินทางของเพื่อนๆอย่างแน่นอน ยิ่งอากาศเย็นเพื่อนๆจะต้องเจอกับปัญหานี้อย่างแน่นอน กับการที่เราขับรถแล้ว ฝ้าขึ้นที่กระจก เลยมีวิธีมาแนะนำ การแก้ปัญหาฝ้าขึ้นกระจก

ในสภาพอากาศที่เย็นเพื่อนๆอาจจะเคยเจอปัญหาเวลาขับรถแล้วเกิด ฝ้าขึ้นที่กระจก ของท่านเองเนื่องจาก อุณหภูมิภายในรถกับด้านนอกรถนั้นไม่สมดุลกัน จึงทำให้เกิดไอน้ำมาเกาะตัวที่กระจกรถทำให้การมองเห็นในเวลาขับรถนั้นลดลง ซึ่งการเกิดฝ้าจะมีอยู่ 2 แบบ ก็คือ การเกิดฝ้าที่กระจกด้านใน และ การเกิดฝ้าที่กระจกด้านนอกของกระจกรถ

การเกิดฝ้าที่กระจกด้านใน วิธีแก้ก็คือ ให้เพื่อนๆปรับเครื่องทำความเย็นให้ห้องโดยสารเพิ่มขึ้นเพื่อให้อากาศภายในเท่ากับภายนอก หรือว่าจะลดกระจกรถลงเพื่อให้อากาศภายนอกเข้ามาก็ได้เช่นกัน เพียงเท่านี้ ฝ้าที่เกาะกระจกก็จะค่อยๆจางหายไป

ส่วนการแก้ปัญหาฝ้าที่เกาะที่กระจกด้านนอกของรถ ให้เพื่อนๆเปิดอุปกรณ์ปัดน้ำฝนพร้อมทั้งฉีดน้ำเช็ดกระจกไปด้วยเพราะว่าไอน้ำที่เกาะด้านนอกจะจับตัวกับฝุ่นทำให้ทำความสะอาดออกยากจึงควรฉีดน้ำช่วยด้วยแค่นี้ ฝ้าและฝุ่นที่ติดกระจกก็จะหลุดออกได้อย่างง่ายดาย

ในกรณีที่ ฝ้าเกาะกระจก ทางด้านหลังรถ ให้เพื่อนๆนั้นกดปุ่ม ไล่ฝ้า เพื่อให้ขดลวดที่อยู่ปริเวณหลังกระจกหลังเกิดความร้อน แต่ในรถรุ่นเก่า ที่ไม่มีปุ่มไล่ฝ้า ให้เพื่อนๆหาที่จอดรถที่ปลอดภัยแล้วลงไปเช็ดกระจกด้วยผ้าสะอาด และไม่ควรทำความสะอาดกระจกรถในขณะที่ขับอยู่ เพราะจะทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้

ขั้นตอนการพ่วงแบตเตอรี่

ขั้นตอนที่ 1

ให้ทำการต่อสายไฟพ่วงแบตขั้วบวกซึ่งจะเป็นสายสีแดงเข้ากับขั้วบวกแบตเตอรี่(ที่ตัวแบตเตอรี่ส่วนมากจะมีฝาปิดที่ขั้วแบตเตอรี่เป็นสีแดง) ของรถคันที่แบตเตอรี่หมดก่อน

ขั้วบวกแบตเตอรี่รถยนต์จะมีปลอกยางสีแดงๆเป็นจุดสังเกต

ขั้นตอนที่ 2
นำปลายสายพ่วงแบตเตอรี่ขั้วบวกอีกด้านนำไปต่อกับขั้วบวกแบตเตอรี่ของรถยนต์ที่มาช่วยเหลือ

ขั้นตอนที่ 3
นำสายไฟพ่วงแบตขั้วลบซึ่งส่วนมากจะเป็นสายสีดำต่อเข้ากับขั้วลบแบตเตอรี่ของรถที่มาช่วยเหลือ

ขั้นตอนที่ 4
นำปลายสายพ่วงแบตเตอรี่ขั้วลบอีกด้านต่อเข้ากับส่วนที่เป็นเหล็กและไม่ได้ทำสีของรถที่แบตเตอรี่หมด

ขั้นตอนที่ 5
ให้ทำการสตาร์ทเครื่องยนต์ของรถที่มาช่วยเหลือทิ้งไว้สักประมาน 2-3 นาที จากนั้นให้ทำการสตาร์ทรถคันที่แบตเตอรี่หมด เพียงแค่นี้รถคันที่แบตเตอรี่หมดก็สามารถสตาร์ทติดได้แล้ว

โดยให้ทำการทำย้อนขั้นตอนการพ่วงแบตเตอรี่ โดยเริ่มจากถอดสายพ่วงขั้วลบจากรถคันที่แบตเตอรี่หมดก่อนจากนั้นค่อยถอดสายพ่วงแบตเตอรี่ขั้วลบของคันที่มาช่วยเหลือ เสร็จแล้วให้ทำการถอดสายพ่วงแบตเตอรี่ขั้วบวกของรถที่มาช่วยเหลือแล้วค่อยถอดสายพ่วงแบตเตอรี่ขั้วบวกขอรถคันที่แบตเตอรี่หมดตามลำดับ

ข้อควรระวัง

– โดยก่อนการพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์นั้น ต้องให้แน่ใจว่ารถทั้ง 2 คัน คือรถที่แบตเตอรี่หมดกับรถที่มาช่วยเหลือต้องปิดระบบไฟต่างๆภายในรถให้หมดก่อนเช่น ไฟหน้า ไฟฉุกเฉิน วิทยุ แอร์ ไฟภายในรถ รวมถึงให้ทำการดับเครื่องยนต์ทั้ง 2 คันก่อนการพ่วงแบตเสมอ และให้สังเกตุเบื้องต้นว่า แบตเตอรี่ของทั้ง 2 คันนั้นอยู่ในสภาพที่ดี ไม่มีการแตกหัก หรือการรั่วซึมของน้ำกรดแบตเตอรี่
– ให้หลีกเลี่ยงการต่อสายพ่วงเข้ากับขั้วลบของแบตเตอรี่ของรถคันที่แบตเตอรี่หมดเพื่อป้องกันแบตเตอรี่ระเบิด
– ในการถอดสายพ่วงแบตเตอรี่ให้ระวังปลายสายของสายพ่วงแบตเตอรี่ไปสัมผัสกัน